หลักสูตรการประมาณราคางานระบบไฟฟ้าอย่างมืออาชีพ รุ่นที่ 9 (13-14 ก.ค. 2562)

หลักการและเหตุผล

การประมาณราคาเป็นสิ่งสำคัญในงานก่อสร้างทุกๆโครงการไม่ว่าจะเป็นขนาดงานเล็กหรือใหญ่ จะต้องมีการประเมินราคาตั้งแต่ตั้งงบประมาณก่อสร้างจนถึงการประมาณราคาเพื่อหาผู้รับเหมาก่อสร้าง ดังนั้นผู้ที่มีหน้าที่ประมาณราคาหรือผู้รับเหมางานระบบไฟฟ้าจะต้องมีความสามารถในการอ่านแบบ แยกรายการวัสดุที่ต้องใช้ พร้อมทั้งประมาณราคาวัสดุ ค่าแรงติดตั้ง รวมถึงค่าใช้จ่ายในการดำเนินการทั้งหมดได้อย่างถูกต้องใกล้เคียงกับค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นจริง (ต้นทุน) เพื่อที่จะได้ยื่นใบเสนอราคาได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม (ราคาขาย) โดยที่ได้บวก(กำไร)เอาไว้เรียบร้อยแล้ว และการประมาณราคางานระบบไฟฟ้าและสื่อสารนั้นเป็นงานที่ต้องใช้ความละเอียดรอบคอบ หากผู้ประเมินราคายังขาดประสบการณ์และเทคนิคต่างๆ หรือมีความรู้ด้านงานระบบไฟฟ้าและการติดตั้งไม่มากเพียงพอ ก็อาจจะส่งผลให้การประมาณราคาผิดพลาดได้ ซึ่งอาจจะสูงเกินไปจนไม่ได้รับงาน หรืออาจะต่ำเกินไปจนขาดทุน ซึ่งหลักสูตรการประมาณราคางานระบบไฟฟ้าอย่างมืออาชีพนี้จะนำผู้เข้าอบรมไปทราบถึงขั้นตอน การทำราคา ตั้งแต่เริ่มรับเอกสารจนกระทั่งส่งใบเสนอราคาอย่างละเอียดทุกขั้นตอน พร้อมทั้งนำเสนอเทคนิคและเกร็ดความรู้ต่างๆ และสามารถนำไปใช้ได้จริง

 

วัตถุประสงค์

  1. ผู้อบรมจะได้มองเห็นภาพรวมของขั้นตอนการประมูลงานและรูปแบบการบริหารงานก่อสร้างว่ามีรูปแบบอย่างไรบ้าง
  2. ผู้อบรมจะได้รู้จักกับวัสดุอุปกรณ์ต่างๆที่ใช้ในระบบไฟฟ้ากำลังและระบบสื่อสารทุกรายการที่จะต้องไปปรากฎในใบเสนอราคา ร่วมถึงทำความเข้าใจรายละเอียดหลักการทำงาน, หน้าที่, ข้อกำหนด(สเปค) และมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับการติดตั้งวัสดุอุปกรณ์นั้นๆ อย่างครบถ้วน
  3. ผู้อบรมจะได้ทำความเข้าใจการอ่านแบบงานระบบไฟฟ้าและระบบสื่อสาร รวมถึงรายละเอียดประกอบแบบได้อย่างถูกต้อง และสามารถเข้าใจส่วนที่สำคัญๆต่างๆที่มีระบุอยู่ในแบบว่ามีส่วนใดที่เป็นปัจจัยส่งผลต่อราคา
  4. ผู้อบรมจะสามารถเข้าใจถึงวิธีการถอดรายการวัสดุอุปกรณ์จากแบบได้ รวมถึงการเผื่อความยาว และเปอร์เซ็นต์ต่างๆ ในระบบต่างๆ พร้อมทั้งการกรอกรายการในใบเสนอราคาได้อย่างถูกต้อง
  5. ผู้อบรมจะได้เข้าใจถึงขั้นตอนการขอใบเสนอราคาจากผู้ขายหรือตัวแทนจำหน่าย พร้อมทั้งเข้าใจถึงเงื่อนไขและรายละเอียดที่ระบุอยู่ในใบเสนอราคาของผู้ขายได้อย่างถูกต้อง
  6. ผู้อบรมจะได้เข้าใจการคิดค่าแรงแบบต่างๆ และเลือกใช้ได้อย่างถูกต้องกับงานที่จะนำเสนอราคา
  7. ผู้อบรมจะได้ทราบถึงค่าใช้จ่ายต่างๆที่จะเป็นต้นทุนในการดำเนินการก่อสร้าง อย่างครบถ้วนทุกรายการ
  8. ผู้อบรมสามารถเข้าใจถึงการกำหนดราคาในการเสนอราคาได้อย่างเหมาะสม

” ในหลักสูตรจะรวบรวมเทคนิคต่างๆ ในการประมาณราคาตั้งแต่พื้นฐานจนถึงขั้นประยุกต์ นำไปใช้งานได้จริง “

วิทยากร

           นายปกรณ์ ปริยะวาที

           ผู้ก่อตั้งแฟนเพจ (Facebook) “ห้องไฟฟ้า” ที่เผยแพร่ความรู้และข่าวสารด้านงานระบบไฟฟ้า

           ประสบการณ์ทำงาน 17 ปี ในสายงานออกแบบและติดตั้งระบบไฟฟ้า

           ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมสาขาไฟฟ้ากำลัง วฟก.1177

 

เอกสารและข้อมูลที่ผู้อบรมจะได้รับ

  1. เอกสารสไลด์ประกอบการอบรม (Paper) 1 เล่ม (800 หน้า) พร้อมไฟล์ PDF
  2. ราคากลางค่าแรงของกรมบัญชีกลาง ฉบับล่าสุด (ไฟล์ PDF)
  3. ราคา Price list พร้อม Factor ค่าแรง (Manpower) ของวัสดุอุปกรณ์ชนิดและขนาดต่างๆ (ไฟล์ Excel)
  4. รายชื่อผู้จำหน่ายวัสดุอุปกรณ์งานระบบไฟฟ้าและสื่อสาร (ไฟล์ Excel)
  5. แบบฟอร์มตัวอย่างใบเสนอราคา (ไฟล์ Excel)

VDO บันทึกการอบรมรุ่นล่าสุดประกอบด้วย 19 บท (ความยาวประมาณ 16 ชั่วโมง)

  1. เอกสารประกอบการอบรมหลักสูตรประมาณราคางานระบบไฟฟ้ามีอะไรบ้าง
  2. รูปแบบหลักการและรายละเอียดข้อกำหนดที่ควรระวังในการประมาณราคา
  3. การประมาณราคางานระบบไฟฟ้าแรงสูง HV/MV Incoming system
  4. การประมาณราคางานสถานีไฟฟ้าย่อย HV/LV Substation
  5. การประมาณราคาวงจรสายป้อน Main Feeder
  6. การประมาณราคาระบบแสงสว่าง Lighting system
  7. การประมาณราคาระบบ Emergency & Exit Light, Receptacle, Power supply, Lightning Protection, Explosion proof
  8. การประมาณราคาระบบ Fire alarm, Public Address & AV system (1/3)

9. การประมาณราคาระบบ LAN, TEL & MATV system (2/3)

  1. การประมาณราคาระบบ CCTV, Access control, Panic alarm, Intercom, Nurse call, Master clock & BAS system (3/3)
  2. การคิดราคาวัสดุปกรณ์ (Unit Price) และการคิดราคาวัสดุแบบเหมา (1 Lot)
  3. การเผื่อปริมาณ
  4. การคิดค่าแรง (Labour Cost)
  5. การคิดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ (Expenses Cost)
  6. การเสนอราคาที่เหมาะสม (Submit Price) และการนำเสนอ VE/CD Plan
  7. การเขียน Scope of Work
  8. รูปแบบการกรอกราคาตามแบบสากล ( EIT Estimate Code)
  9. สรุปขั้นตอนการทำใบเสนอราคา
  10. โปรแกรมทำใบเสนอราคา

งานระบบไฟฟ้าของแต่ละอาคารมีอะไรบ้าง มีขั้นตอนการประมาณราคางานแต่ละระบบอย่างไร       

เราจะไล่ตั้งแต่- อ่านขอบเขตงานของแต่ละระบบ- อ่าน Spec/Drawing ของแต่ละระบบ

– ทำความเข้าใจอุปกรณ์ต่างๆที่ใช้ในแต่ละระบบ

– มีอุปกรณ์และรายการอะไรบ้างที่จะอยู่ในใบเสนอราคา

– อุปกรณ์ที่ใช้แต่ละระบบ มี Brand อะไรบ้าง และใครเป็น Supplier ราคาเท่าไร

– อุปกรณ์แต่ละชนิดคิดค่าแรงอย่างไร

– การถอดของการเผื่ออย่างไร

– คิดค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นนอกจากค่าของค่าแรงยังจะมีค่าอะไรอีกบ้าง

– การกำหนดราคาเผื่อทำใบเสนอราคาอย่างเหมาะสม

– ข้อควรระวังต่างๆในการถอดของและทำราคาของแต่ละระบบ
เราจะมาเรียนรู้กัน แบบไม่ต้องมีพื้นฐานก็เข้าใจได้

 

ผู้ชำระเงินค่าอบรมหลักสูตรประมาณราคางานระบบไฟฟ้า (รุ่นที่ 9)

จะได้สิทธิอะไรบ้าง

          1) ผมมีไฟล์เอกสารพร้อมเอกสารประกอบการอบรม 1 เล่ม และโปรแกรมการทำราคา

         2) แอดชื่อเข้ากลุ่มเพื่อดูวีดีโอหลักสูตรประมาณราคาของรุ่นที่ผ่านมาได้ แบบไม่หมดอายุ

         3) เชิญเข้ากลุ่ม VIP เพื่อรับข้อมูลข่าวสารทุกวันแบบไม่หมดอายุ

         4) ไม่เข้าใจตรงไหนสายตรงถึงผมได้ตลอดเวลา

         5) ใบประกาศษนียบัตรสำหรับผู้ผ่านการอบรมในหลักสูตรนี้

        *** เอกสารทุกอย่างที่ให้จะมี update ให้ทุกครั้งที่จัดการอบรมรอบใหม่ และจะส่งลิงค์ให้ update ด้วยครับ

 

• หากท่านใดสนใจสามารถสอบถามรายละเอียดโดยกดลิงค์นี้นะครับ http://line.me/ti/p/EFN-t2HKZZ

จากรุ่น 1 ถึงรุ่น 8 เรามีเครือข่ายการเรียนรู้แบบไม่รู้จบ

โดยมีสมาชิกกว่า 500 คน

 

 

เรามีกลุ่ม VIP ไว้สำหรับพูดคุยสอบถามข้อมูลต่างๆ

ตัวอย่างการพูดคุยในกลุ่ม VIP  www.facebook.com/pg/ElectricalRm/photos/?tab=album&album_id=1939535746059816

 

อัตราค่าลงทะเบียน 5,000 บาท ติดต่อสอบถามข้อมูล

นายปกรณ์ ปริยะวาที  โทร.081-550-8587 ,

Email : pakorn.p77@gmail.com ,

หากท่านใดสนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโดยตรงกับผู้จัดหลักสูตร

กดลิงค์นี้นะครับ http://line.me/ti/p/EFN-t2HKZZ

“การประมาณราคา คือ การคำนวณค่าใช้จ่ายต่างๆที่จะเกิดขึ้นในการติดตั้งระบบไฟฟ้าให้สมบูรณ์และสามารถใช้งานได้ตามแบบที่ออกแบบไว้อย่างถูกต้อง”

มาเรียนรู้เทคนิคต่างๆในการทำใบเสนอราคางานระบบไฟฟ้าใน #หลักสูตรประมาณราคางานระบบไฟฟ้าอย่างมืออาชีพ

รูปแบบการประมูลงาน หลักการประมาณราคา และรายละเอียดข้อกำหนดที่ควรระวัง (มีหัวข้ออะไรบ้าง)

– การประมูลและการบริหารงานก่อสร้างมีรูปแบบอะไรบ้าง และเขาทำกันอย่างไร

– งานแบบมีบริษัทผู้ออกแบบและบริษัทที่ปรึกษา กับงานในแบบรับเหมาเบ็ดเสร็จ มีข้อดีข้อเสียอย่างไร

– ปกติแล้วมูลค่างานก่อสร้าง 1 โครงการจะประกอบไปด้วยงานในส่วนต่างๆอะไรบ้าง และมีสัดส่วนโดยประมาณเท่าไร

– การประมาณราคามีความสำคัญอย่างไร

– อะไรคือปัจจัยที่มีผลต่อการประมาณราคาที่ผิดพลาด

– ผู้ประมาณราคา ควรจะต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง

– ประเภทของการประมาณราคา มีกี่ประเภท แต่ละประเภทใช้ในการกำหนดราคาก่อสร้างหรือแผนงานในส่วนใด

– ลักษณะของการเสนอราคามีกี่แบบ และแต่ละแบบมีข้อดีข้อเสีย และมีรายละเอียดแตกต่างกันอย่างไร และเหมาะสมกับงานก่อสร้างแบบไหน

– หัวใจของการประมาณราคาคืออะไร

        

 

“ทำอย่างไรถึงจะได้งานโดยไม่ขาดทุนและมีกำไรที่เหมาะสม”

 

– ในรายละเอียดข้อกำหนดทั่ว เราจะต้องมองหาให้เจอมีอะไรบ้าง ถ้าไม่เจอให้สอบถาม เพราะทุกข้อที่จะโฟกัสให้มีความสำคัญกับการทำราคาและเงื่อนไขและข้อตกลงในการทำงาน

– ค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นตั้งแต่ขั้นตอนการประมูลราคา ซึ่งมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง

– แบบในงานก่อสร้างมีกี่แบบ และมีระบบอะไรบ้าง และในการประมาณราคาจะต้องมีแบบอะไรบ้างที่ขาดไม่ได้

– งานในระบบไฟฟ้าที่อยู่ในงานก่อสร้างมีระบบอะไรบ้าง

– งานในระบบเครื่องกลที่อยู่ในงานก่อสร้างมีระบบอะไรบ้าง

– การทำราคางานระบบไฟฟ้าจะต้องรู้ข้อกำหนดและมาตรฐานอะไรบ้าง เพราะเราต้องรู้ว่ามาตรฐานการติดตั้งกำหนดไว้ว่าอย่างไร ในแบบอาจจะมีรายละเอียดไม่ทั้งหมด

 

“ผู้ออกแบบมักเขียนคำว่าให้ผู้รับเหมาติดตั้งให้เป็นไปตามมาตรฐานและข้อกำหนดเสมอ”

 

ก่อนจะประมาณราคาได้

…สิ่งที่จำเป็นเรื่องแรก คือ อ่านแบบได้ และต้องรู้จักอุปกรณ์หลักๆที่ใช้ในแต่ละระบบ ว่ามีกี่แบบกี่ประเภท แต่ละประเภทมีข้อแตกต่างกันอย่างไร ทั้งในส่วนของการติดตั้ง ส่วนประกอบต่างๆที่จะต้องใช้ รวมถึงราคาว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร หากไม่เข้าใจในส่วนนี้ก่อนแล้ว อาจจะทำให้การถอดรายการอุปกรณ์ต่างๆที่ใช้ในแต่ละระบบงานไม่ครบถ้วนตกหล่น ทำให้การเสนอราคาที่ออกมาผิดพลาด … ซึ่งในหลักสูตรนี้จะปูพื้นฐานความเข้าใจถึงวัสดุอุปกรณ์และส่วนประกอบของรายการต่างๆในการทำใบเสนอราคาที่ครบถ้วนของแต่ละระบบงาน สอนให้ดูแบบและอ่านแบบ ดูว่าสิ่งสำคัญที่เป็น key อยู่ที่ตรงไหนของแบบของแต่ละระบบ

ในรูป(ที่แนบ)เป็นแบบตัวอย่างของระบบไฟฟ้า MV Incoming และ Sub-station work (ยังมีอีกหลายระบบทั้ง Power และ Communication ที่จะนำเสนอในแนวคิดเดียวกันคือ ต้องรู้จักอุปกรณ์หลักๆของแต่ละระบบ อ่านแบบได้ เข้าใจภาพรวม … เมื่อเข้าใจพื้นฐาน เข้าใจกระบวนการทำราคา รวมถึงเทคนิคต่างๆ และหาประสบการณ์ ศึกษาเพิ่มเติม แค่นี้คุณก็สามารถประมาณราคาอย่างมืออาชีพได้แล้ว … แล้วเจอกันนะ)

• หากท่านใดสนใจสามารถสอบถามรายละเอียดโดยกดลิงค์นี้นะครับ http://line.me/ti/p/EFN-t2HKZZ

การประมาณราคางานระบบ HV Incoming (ส่วนการรับไฟฟ้าแรงสูงจากการไฟฟ้าเข้าโครงการ) มีเนื้อหาอะไรบ้าง

– ขอบเขตของงานในส่วนแรงสูงมีอะไรบ้าง เริ่มจากจุดไหน ไปถึงตรงไหน อะไรที่การไฟฟฟ้าจัดเตรียมและอะไรที่อยู่ในความรับผิดชอบของเจ้าของโครงการ และส่วนของผู้รับเหมา / มีอุปกรณ์อะไรบ้างที่อยู่ในใบเสนอราคาของงานในส่วนนี้ / สามารถอ่านแบบ สัญลักษณ์ได้ และเข้าใจสเปคของอุปกรณ์เพราะมีความสำคัญกับราคาอย่างมาก ดังนั้นการเข้าใจสเปคของอุปกรณ์ที่ผู้ออกแบบกำหนดจึงมีความสำคัญอย่างมาก

– การเดินสายไฟแรงสูงเข้าโครงการทั้งแบบที่รับไฟแบบ Overhead และแบบ Underground มีรายละเอียดและข้อกำหนดอะไรบ้าง

– การกำหนดค่าของการเผื่อระยะความยาวและค่าแรงของการติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าในระบบ HV incoming คิดอย่างไร

– ในระบบนี้มีข้อควรระวังอะไรบ้างในการถอดของและการทำราคา

การถอดความยาวท่อสาย (ท่อร้อยสายไฟและสายไฟ)

ระบบที่ยุ่งยากที่สุดคงไม่มีระบบอะไรที่ยุ่งยากเท่ากับการถอดท่อสายของระบบ Lighting แต่หากมีเวลาน้อยแบบจวนตัวจะต้องส่งราคาแล้ว เราจะมีเทคนิคในการประมาณความยาวท่อสายอย่างไร ซึ่งในหลักสูตรจะนำเสนอเทคนิคต่างๆที่ได้ใช้มาและได้ทำข้อมูลเก็บสถิติแล้วตรวจสอบความถูกต้องว่าค่าที่ออกมานั้นอยู่ในค่าที่ย่อมรับได้ ซึ่งสามารถนำไปใช้งานได้จริง มาเรียนรู้เทคนิคต่างๆใน #หลักสูตรประมาณราคางานระบบไฟฟ้าอย่างมืออาชีพ

 

“การเผื่อปริมาณ…เผื่อเท่าไรดี…ไม่มีสูตรตายตัว แต่มีหลักการคิดอย่างไร ที่เป็นไปตามเหตุและผลโดยไม่ทำให้มีราคาแพงเกินไปและขาดเมื่อต้องสั่งของใช้จริง มาทำความเข้าใจเกี่ยวกับการเผื่อปริมาณของงานแต่ละระบบกันว่าควรจะอยู่ที่เท่าไรถึงจะเหมาะสมที่สุด รวมถึงเรียนรู้เทคนิคการถอดความยาวของระบบต่างๆกันใน #หลักสูตรการประมาณราคางานระบบไฟฟ้าอย่างมืออาชีพ”

ระบบสื่อสาร (Communication system)

เป็นระบบที่ขาดไม่ได้สำหรับอาคารในปัจจุบัน หากเปรียบงานก่อสร้างคือกระดูก งานสถาปนิกคือผิวหนัง งานระบบ M&E คือเส้นเลือด งานระบบไฟฟ้าสื่อสารก็คงเป็นเหมือนเส้นประสาทต่างๆของอาคาร ปัจจุบันอาคารมีความซับซ้อนมากขึ้นการสื่อสารแต่ละระบบ (เช่น LAN system, Telephone system, CCTV system, Fire alarm system หรือระบบ BAS system) ก็จะต้องมีระบบเชื่อมต่อกันเป็น Network ดังนั้นสิ่งสำคัญในการประมาณราคางานระบบสื่อสารคือต้องเข้าใจระบบการทำงานและอุปกรณ์ที่ใช้ในระบบนั้นๆ และระบบ Network ก็เป็นอีกระบบหนึ่งที่ช่างไฟยังขาดความเข้าใจและมีข้อสงสัยต่างๆ เช่น

– Bandwidth คืออะไร ?

– Server คืออะไร ?

– Router คืออะไร ?

– HUB กับ Switch เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร ?

– ความเร็วของการส่งสัญญาณมีผลต่อการเลือกใช้สายสัญญาณและอุปกรณ์ต่างๆสายต่างๆอย่างไร ?

– ตู้ Rack 6U, 12U, 15U, 27U, 42U คืออะไร ?

– อุปกรณ์ที่อยู่ในตู้ Network Rack มีอะไรบ้าง ?

– สาย UTP ย่อมาจากออะไร ?

– สาย UTP ชนิด Cat 5, 5e, 6, 6A ใช้งานแตกต่างกันอย่างไร ?

– ทำไมความยาวสาย UTP จะต้องเดินได้ไม่เกิน 100 เมตร เกินมาสัก 10 เมตรได้หรือไม่ ?

– เมื่อไรต้องใช้สาย UTP เมื่อไรต้องใช้สาย Fiber Optic ?

– สาย F.O มีกี่แบบและใช่งานแตกต่างกันอย่างไร ?

– สาย F.O ควรใช้กี่ Core ?

– สาย F.O 9/125, 50/125, 62.5/125 คืออะไร ?

– สาย Muti-Mode (MM) และ Single Mode (SM) ใช้งานแตกต่างกันอย่างไร ?

– การเข้าหัวสาย F.O มีกี่แบบ ?

– เมื่อไรจะต้องใช้ Media Converter ?

– UTP Patch Panel และ F.O Patch Panel คืออุปกรณ์อะไร หน้าตาเป็นอย่างไร ?

– สาย Patch Cord คืออะไร ควรใช้กี่เมตรดี ?

– ราคาการเข้าหัวสาย UTP, หัว F.O เขาคิดกันอย่างไร ?

– หากในสเปคระบุให้ต้องมีการทนสอบสายจะต้องคิดราคาอย่างไร ?

*** และยังมีเทคนิคการประมาณราคางานระบบสื่อสารแยกรายละเอียดแต่ละระบบอย่างละเอียดอะไรที่จะต้องระวังและอ่านและทำความเข้าใจระบบได้อย่างถูกต้องเพื่อให้ทำราคาได้ถูกต้องที่สุด ***

• หากท่านใดสนใจสามารถสอบถามรายละเอียดโดยกดลิงค์นี้นะครับ http://line.me/ti/p/EFN-t2HKZZ

 

“การถอดของ (Take off materials) คือ การนับและวัดจำนวนและความยาวของวัสดุอุปกรณ์จากแบบ ภายใต้เงื่อนไขข้อกำหนด (specification)”

  

มาเรียนรู้เทคนิคต่างๆของการถอดปริมาณวัสดุของงานระบบไฟฟ้าและสื่อสารแต่ละระบบใน #หลักสูตรประมาณราคางานระบบไฟฟ้าอย่างมือ

 

ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ (Fire alarm system) เป็นส่วนหนึ่งของงานที่อยู่ใน Scope ของงานระบบไฟฟ้า

ก่อนจะทำราคาระบบ Fire alarm system หากไม่มีความรู้เกี่ยวกับระบบก็คงไม่รู้จะเริ่มอย่างไร

– ในหลักสูตรฯ จะเริ่มตั้งแต่ทำความรู้จักอุปกรณ์และส่วนต่างๆของระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ว่าประกอบด้วยอะไรบ้าง

– และสอนเทคนิคการเลือกอุปกรณ์ตรวจจับที่เหมาะสม เราจะใช้ Smoke หรือ Heat ดี (หากเข้าใจในส่วนนี้แล้ว ก็สามารถเข้าใจถึงปรัชญาของการเป็น Fire engineer แล้วละ)

– จากนั้นก็มาทำความรู้จักว่าระบบ Fire alarm มีกี่ระบบกี่ประเภท และ Module แต่ละประเภทใช้งานแตกต่างกันอย่างไร

– และการเดินสายแต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างไร และวงจรส่วนไหนที่ต้องใช้สายเป็นสายทนไฟ

– ระบบผจญเพลิง Fire Protection System ที่ระบบ Fire alarm system ต้องทำงานร่วมกันมีอะไรบ้าง

– เมื่อรู้จักอุปกรณ์และภาพรวมทั้งหมดแล้วการถอดอุปกรณ์เพื่อขอราคากับผู้ขาย หรือถอดของเพื่อลงใน BOQ ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะตกหรือหลุดในส่วนใดไปบ้าง เพราะเราเข้าใจถึงระบบและอุปกรณ์ทั้งหมดที่ต้องใช้แล้ว

สไลต์นี้เป็นแค่ส่วนหนึ่งของหัวข้อระบบ Fire alarm system ซึ่งอยู่ในส่วนของงานระบบ COMMUNICATION SYSTEM ซึ่งยังมีอีกหลายระบบที่จะได้เรียนรู้กัน ใน #หลักสูตรประมาณราคางานระบบไฟฟ้าอย่างมืออาชีพ

การคิดค่าแรง คิดอย่างไรดี กะเอาได้มั้ย มั่วๆไปละกัน 555 
ในหลักสูตรจะมีแนะนำการคิดค่าแรงที่เหมาะสมจากการคิดจาก Man-power และจะมีค่า man-power ของอุปกรณ์แต่ละชนิดให้ด้วย แถมด้วยราคากลางฉบับล่าสุดของกรมบัญชีกลางปี 2560 ลองเปรียบเทียบราคาทั้งสองที่มาว่ามันแตกต่างกันอย่างไร

ถ้าจะให้ได้งานต้องทำราคาให้ต่ำกว่าราคากลางนะ แต่ต้องอยู่บนเงื่อนไขของค่าแรงที่เกิดขึ้นจริง (ไม่ขาดทุน)
งั้นก็ต้องกลับไปศึกษาวิธีคิดต้นทุนแบบ man-power กันแล้วละว่าวัสดุแต่ละตัวราคาค่าแรงควรอยู่ที่เท่าไร แต่สำหรับงานเล็กๆ กะๆเอาก็ได้นะครับ 😊

” ถ้าอยากรู้ว่าในแต่ละพื้นที่นั้นๆหรือแต่ละประเทศ มีราคาค่าแรงแตกต่างกันเท่าไร วิธีง่ายที่จะช่วยในการวัดคือไปลองกินข้าวดูว่าในพื้นที่นั้นแต่ละมื้้อเราจะต้องจ่ายค่าอาหารมื้อละเท่าไร “
เพราะค่าแรงในแต่ละประเภทงานและในแต่ละพื้นที่หรือแต่ละประเทศนั้นค่าแรงคนงานจะไม่เท่ากัน และความสามารถของแรงงานแต่ละประเทศก็ไม่เท่ากัน ดังนั้นการคิดค่าแรงแบบกำหนด Unit rate แบบตายตัวทุกๆงานจึงเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพราะมันไม่ได้สะท้อนราคาต้นทุนที่แท้จริง ลองมาทำความเข้าใจการคิดค่าแรงแบบ Man-Power rate ตามแบบที่สากลเขาคิดกันว่าเป็นอย่างไรใน #หลักสูตรประมาณราคางานระบบไฟฟ้าอย่างมืออาชีพ

  

 

“นอกจากค่าของค่าแรงแล้วยังมีค่าอะไรอีกอย่างที่มีผลต่อการประมาณราคา นั้น คือค่าใช้จ่ายทางอ้อม (Indirect cost) หรือ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ (Expenses) “

การประมาณราคาไม่ใช่แค่มีค่าของและค่าแรง แต่มีค่าใช้จ่ายอย่างหนึ่งที่สำคัญมากๆ คือ ค่าใช้จ่ายแฝง (indirect cost) ซึ่งหากไม่สามารถประมาณค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ออกมาได้ แน่นอนที่สุดคำว่าเข้าเนื้อ คงหนีไม่พ้นเมื่อจบโครงการ หรืออาจอยู่ไม่จบโครงการ เพราะไม่ได้คาดการณ์ไว้หรือคิดไม่ถึงว่าจะมีค่าใช้จ่ายนี้อยู่ มาเรียนรู้กันว่าในงานแต่ละโครงการจะมีค่าใช้จ่ายเหล่านี้เท่าไรอะไรบ้างและคิดประมาณอย่างไร (คิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของปริมาณงาน) ขึ้นอยู่กับปัจจัยอะไรบ้าง ปริมาณงาน ระยะเวลา และอีกๆหลายเงื่อนไข มาเรียนรู้เรื่องนี้กันใน#หลักสูตรประมาณราคางานระบบไฟฟ้าอย่างมืออาชีพ

“VE/CD แนวทางการนำเสนอราคาในปัจจุบัน”

การเสนอราคาในยุคนี้จะมาแข่งกันที่ราคาใครถูกที่สุด แล้วได้งานนั้น คงเป็นไปไม่ได้แล้ว เพราะหากทำเช่นนั้น ไม่มีผลดีทั้งผู้เสนองานและผู้จ้าง

ผู้จ้างก็อาจจะได้สิ่งที่ไม่ดี เพราะผู้รับเหมาก็จะเสนออุปกรณ์ต่างๆที่มีคุณภาพต่ำงานติดตั้งก็ดูไม่สวย เพื่อให้อยู่ในงบประมาณที่ผู้จ้างขอลดมา และในส่วนของผู้รับเหมาเองก็อาจจะขาดทุนและเข้าเนื่อเจ็บตัว แบบที่เป็นๆกันมา เพราะการแข่งราคากันโดยวิธีลดราคาโดยการแข่งกันไปเรื่อยๆนั้น จะไม่ใช่แนวทางการนำเสนอราคาในยุคนี้อีกต่อไป ดังนั้น การนำเสนอตัวเลือกให้กับผู้จ้าง ไว้เป็นตัวเลือกจึงเป็นอีกแนวทางในการลดราคาได้อย่างมืออาชีพ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพและงานบริการที่จะเกิดขึ้น

 

 

มาเรียนรู้เทคนิคต่างๆด้วยกันนะครับ เรามีกลุ่มเรียนรู้แบบไม่หมดอายุในกลุ่ม VIP 

“ประมาณราคางานระบบไฟฟ้าอย่างมืออาชีพ (รุ่นที่ 9) “

อัตราค่าลงทะเบียน 5,000 บาท 

หากท่านใดสนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโดยตรงกับผู้จัดหลักสูตร

กดลิงค์นี้นะครับ http://line.me/ti/p/EFN-t2HKZZ

มาเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรที่มีการเรียนรู้จากหน้างานจริงและคำถามจากเพื่อนสมาชิก เป็นการเรียนรู้แบบไม่รู้จบ และไม่หมดอายุสมาชิก กันนะครับ